• News

ดัชมิลล์ ลุยตลาดกาแฟ ชู “อาราบิก้า 100%” ส่งแบรนด์ “อาราบัส” สร้างเซ็กเม้นท์ใหม่

 13 มี.ค. 2558

กลุ่มดัชมิลล์ สบช่องตลาดกาแฟ เปิดตัว “อาราบัส” พรีเมี่ยมคอฟฟี่ รุกตลาดกาแฟ 3 อิน 1 และกาแฟถ้วยพร้อมดื่ม ชูจุดขายจากราชากาแฟ สายพันธุ์อาราบิก้า 100% เผยทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ชูกลยุทธ์ตลาด 360 องศา จัดกิจกรรมครบวงจร สร้างทางเลือกใหม่ ตั้งเป้าแชร์ 10% และพร้อมก้าวสู่ Global Dairy House company หลังเปิดเออีซี

นายธีรชัย เลาก่อสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจใหม่และธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด เปิดเผยว่า จากการศึกษาตลาดกาแฟเมืองไทยซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 31,000 ล้านบาท พบว่า เป็นตลาดที่มีศักยภาพมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี และมีโอกาสที่จะขยายตัวอีกมาก จากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่นิยมดื่มกาแฟมากขึ้น และเทรนด์ร้านกาแฟสดเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ทำให้ดัชมิลล์เห็นโอกาสในการเจาะเซ็กเม้นท์ตลาดกาแฟใหม่ๆ รวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่จะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้จะช่วยให้ตลาดรวมมีการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย

โดยล่าสุดบริษัทฯ ส่ง “อาราบัส” กาแฟ 3 in 1 ซึ่งเป็นเซ็กเม้นท์กาแฟพรีเมี่ยม เจ้าแรกในประเทศไทย ที่ผลิตจากกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าแท้ 100% ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาของกาแฟ” (King of Coffee) ที่คอกาแฟทั่วโลกนิยมดื่มกว่าร้อยละ 80 ด้วยจุดเด่นที่มีรสชาติเข้ม กลมกล่อม มีกลิ่นหอมชวนดื่มและอบอวลในปาก ต่างกับสายพันธุ์โรบัสต้า ที่ส่วนใหญ่มีขายอยู่ในตลาดประเทศไทย ซึ่งมีรสชาติขม และมีกลิ่นไหม้ ฉุน ราคาถูก ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของอาราบิก้า ทำให้ “อาราบัส” กลายเป็นกาแฟระดับพรีเมี่ยมที่มีรสชาติกลมกล่อม หวังเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ครอบครัว และแม่บ้านสมัยใหม่ที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ โดยเฉพาะรสชาติแบบกาแฟสด โดย “อาราบัส” กาแฟ 3 in 1 มีวางจำหน่าย 2 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินอล และรสเอสเพรซโซ่ แบบซอง ขนาด 20 กรัม มีให้เลือก 2 แบบ คือ กล่องขนาดบรรจุ 5 ซอง ราคา 35 บาท และกล่องขนาดบรรจุ 14 ซอง ราคา 95 บาท

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังวางจำหน่าย กาแฟคั่วบดชงสำเร็จในถ้วยพร้อมดื่ม (Chilled Cup Coffee) “อาราบัส” ที่ผลิตจาก “อาราบิก้า 100%” เช่นเดียวกัน มาพร้อมกับนวัตกรรมการกักเก็บความสดใหม่ของกาแฟแห่งแรกในไทย ในการเจาะเซ็กเม้นท์ใหม่ในตลาดกาแฟพร้อมดื่ม ซึ่งบริษัทฯ มองเห็นช่องว่างของตลาดที่มีอยู่ โดยเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มไวท์คอลล่าร์ ทั้งวัยทำงาน นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการความสะดวกสบาย มองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ และรสชาติที่ได้มาตราฐาน ใกล้เคียงกับกาแฟสด โดยทั้ง 2 โพรดักส์วางจำหน่ายในร้าน 7-11 ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าชั้นนำทั่วไป

ทั้งนี้ในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาด บริษัทเตรียมใช้งบการตลาดราว 200 ล้านบาท ในการทำการตลาดแบบ 360 องศา ผ่านกิจกรรมทั้ง Above the Line และ Below the Line เพื่อสร้างการรับรู้ต่อ   แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้บริโภควงกว้าง ทั้งการใช้สื่อโฆษณาผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายโฆษณา การจัดกิจกรรม ณ จุดขาย การแจกสินค้าตัวอย่าง เป็นต้น โดยดึง “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม”นักแสดงชื่อดังที่มีคาแรคเตอร์เป็นคนรุ่นใหม่ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งตลาดในตลาดกาแฟ 3 in 1 ประมาณร้อยละ 10 และตลาดกาแฟคั่วบดชงสำเร็จในถ้วยพร้อมดื่ม ร้อยละ 5 ในปีแรก อย่างไรก็ดีเชื่อมั่นว่า “อาราบัส” จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยรสชาติที่ถูกปากจากกาแฟพันธุ์อาราบิก้า

“ที่ผ่านมาตลาดกาแฟเมืองไทยค่อนข้างจะนิ่ง ไม่มีนวัตกรรมหรือลูกเล่นเข้ามากระตุ้นตลาดกาแฟใหม่ๆ ทำให้ตลาดคึกคักขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นการนำเสนอรสชาติใหม่เท่านั้น ขณะที่ตลาดกาแฟ 3 in 1 ซึ่งเป็นเซ็กเม้นท์ใหญ่สุดของตลาด ก็เป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่มานาน ขณะที่การเข้ามาของกาแฟสด ทำให้ตลาดมีการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และถูกนำมาต่อยอดสร้างนวัตกรรมสู่ตลาด เช่น Chilled Cup Coffee ที่กำลังจะเกิดขึ้น และเชื่อว่าจะได้รับความนิยม จากรสชาติที่ถูกปาก และราคาที่คุ้มค่าที่คนไทยยังไม่เคยได้ลอง” นายธีรชัย กล่าวและว่า

เพื่อรองรับการเปิดเออีซีที่จะเริ่มต้นขึ้นในสิ้นปีนี้นั้น นโยบายและเป้าหมายของกลุ่มบริษัทดัชมิลล์ คือการก้าวขึ้นเป็น Global Dairy House company ซึ่งบริษัทมีความพร้อมในการขยายฐานธุรกิจให้แข็งแรง และกว้างขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดธุรกิจจากฐานธุรกิจเดิมที่มีอยู่ เช่นเดียวกับการนำ “อาราบัส” ลงสู่ตลาดกาแฟ


CREDIT

www.joinalifethailand.com

www.marketeer.co.th

Link

http://www.joinalifethailand.com/name=marketing&file=readmarketing&id=122

http://marketeer.co.th/2015/02/dutchmill-arabus/